PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : ซับโมมันดียังไง



manop2527
02-06-2012, 10:49
เห็นคนไปเล่นโมกันหมด อยากทราบว่าดีไม่ครับ กำลังตัดสินจัยซื้อครับ

champsound
02-06-2012, 10:52
ในความคิดส่วนตัว ผม ว่ามัน อึด ดีครับ

taming
02-06-2012, 11:20
มันมีให้เลือกได้หลายสเปก กระบอกวอยซ์2.5 ,3 ,3.5 ,4นิ้ว แม่เหล็ก180 220 สองชั้นสามชั้น เวลาพังเอาไปโมใหม่ได้แนวเสียงเดิม ต่างกับซับแบนด์พอพังแล้วเอาไปโมแนวเสียงเปลี่ยนไป

dus
02-06-2012, 12:07
อึด ทน มากขึ้น และแรงขึ้นคับ จากประสบการคับ

ooauoo
02-06-2012, 14:06
ถ้าโมดีก็ดีไป ถ้าโมมาไม่ดีเสียตังเพิ่มไม่จบนะเออ
ชอบโมแล้ว กินวัตต์น้อยๆ แต่เสียงใหญ่ๆ

sao sa
02-06-2012, 14:10
อึด ทน นาน มัน

perasun
02-06-2012, 22:22
อึด ทน และเลือกสเปคได้ตามใจเราครับ ทำร้านดีก็ใช้ไปได้นานๆไปทำร้านไม่ดีก็ช้ำใจครับ

oatsak
02-06-2012, 23:59
ถ้าโมดีก็ดีไป ถ้าโมมาไม่ดีเสียตังเพิ่มไม่จบนะเออ
ชอบโมแล้ว กินวัตต์น้อยๆ แต่เสียงใหญ่ๆ

ขอชอบแนวนี้ด้วยครับ......:D

toomtamna
03-06-2012, 01:55
สั่งได้ดั่งใจครับ

sweet_soundclub
03-06-2012, 08:59
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D

Dump07
03-06-2012, 10:30
ตอบได้เข้าใจมากครับ

เล่นเครื่องเสียงนี่ ไม่จบจริงๆ

acare
03-06-2012, 10:35
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D

แทนที่จะโมแล้วแรงขึ้น กลายเป็นโมแล้วกินวัตต์มากขึ้นเพราะสนามแม่เหล็กเท่าเดิม วอยซ์ใหญ่

สไปเดอร์แข็ง(ใช้แรงมาก) ผู้เชี่ยวชาญลำโพงมาแนะนำ พิจารณาดูครับ

http://www.caraudio-club.com/forum/banner145x145/ideas.gif

ooauoo
03-06-2012, 13:27
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับพี่หนึ่ง

โมแล้วต้องดีกว่าเดิม ในอุปกรณ์เดิมๆ ไม่ได้หมายถึงกินวัต มากกว่าเดิมจนทำให้ต้องเปลีย่นของเดิมๆที่มี
โมไม่ใช้ แค่เพิ่มนู่นเปลี่ยนนี่อย่างเดียว

seclubzaa
03-06-2012, 18:25
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับพี่หนึ่ง

โมแล้วต้องดีกว่าเดิม ในอุปกรณ์เดิมๆ ไม่ได้หมายถึงกินวัต มากกว่าเดิมจนทำให้ต้องเปลีย่นของเดิมๆที่มี
โมไม่ใช้ แค่เพิ่มนู่นเปลี่ยนนี่อย่างเดียว


ถ้าถามว่าโมทำไม
จากประสบการณ์ซับโมบ้านเราผมแบ่งออกได้เป็น 2ข้อครับ
1 โมโชว์เสียง
2 โมโชว์ดอก

ชอบซับ 1คู่ใช้แอมป์ยาวฟุตเดียว
หรือว่าชอบซับ 1คู่แอมป์ยาวเกือบเมตรล่ะครับ
เลือกเอาครับว่าชอบแบบไหน

sao sa
03-06-2012, 18:44
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D

สุดยอดจริงๆคับ

nunine
03-06-2012, 20:00
ถ้าคุณเคยแต่เสียงยนต์มันก็ประมาณนั้นแหละครับ อิอิ

manop2527
04-06-2012, 14:23
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D

สุดยอดครับท่าน

ชภัช
04-06-2012, 14:42
ความรู้ทั้งนั้นขอบคุณครับ

ก๊อบ
04-06-2012, 19:45
ผมชอบซับที่เขาโมมาให้ตอนซื้อเลยคับเล่นแล้วน่าจะจบกว่าคับ พวกคนรักดี โคม่า xray และอื่นๆอีกมากมายคับ

berg
04-06-2012, 20:01
ผมชอบซับที่เขาโมมาให้ตอนซื้อเลยคับเล่นแล้วน่าจะจบกว่าคับ พวกคนรักดี โคม่า xray และอื่นๆอีกมากมายคับ

แล้วมี ดอกซับตัวใหนครับ ที่สไตล์เสียง ออกแนว ที่พี่ก๊อบกล่าวมาบ้างครับ คือผมอยากได้เสียง ออกแนว แข็งๆ แต่มีไอเบสมากระทบตัวด้วย กระแทก แรงๆ ไม่เอานุ่ม บ้างครับ แต่ เอาราคา ต่ำกว่ายี่ห้อที่พี่ก๊อบ กล่าวมาและ ราคา ที่สามารถ จับต้องได้ แนะนำผมหน่อย ครับ เอาแบบ ราคา เซฟๆ แล้ว เล่น ดอก กี่โอมดีครับ หรือ แนะนำสเป็ก ด้วยก็ดี แต่ ขอ ย้ำนะครับ ว่า ราคา ประหยัดลงมาหน่อยนะครับ จะ 10 นิ้ว หรือ 12 นิ้ว ยัน 18 นิ้ว แนะนำมาได้เลยนะครับ ผมจะได้เก็บไว้เป็นแนวทาง เผื่อ อนาคตมีงบ จะได้ ซื้อดอกมาใช้ แบบ สไตล์ เสียงที่ผมชอบ จะได้ไม่หลงทางลองผิดลองถูก

vs009
05-06-2012, 08:01
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D


แทนที่จะโมแล้วแรงขึ้น กลายเป็นโมแล้วกินวัตต์มากขึ้นเพราะสนามแม่เหล็กเท่าเดิม วอยซ์ใหญ่

สไปเดอร์แข็ง(ใช้แรงมาก) ผู้เชี่ยวชาญลำโพงมาแนะนำ พิจารณาดูครับ

http://www.caraudio-club.com/forum/banner145x145/ideas.gif


เห็นด้วยอย่างยิ่งครับพี่หนึ่ง

โมแล้วต้องดีกว่าเดิม ในอุปกรณ์เดิมๆ ไม่ได้หมายถึงกินวัต มากกว่าเดิมจนทำให้ต้องเปลีย่นของเดิมๆที่มี
โมไม่ใช้ แค่เพิ่มนู่นเปลี่ยนนี่อย่างเดียว​ระดับอาจารย์ทั้งนั้นเลยครับ...

ก๊อบ
05-06-2012, 17:25
แล้วมี ดอกซับตัวใหนครับ ที่สไตล์เสียง ออกแนว ที่พี่ก๊อบกล่าวมาบ้างครับ คือผมอยากได้เสียง ออกแนว แข็งๆ แต่มีไอเบสมากระทบตัวด้วย กระแทก แรงๆ ไม่เอานุ่ม บ้างครับ แต่ เอาราคา ต่ำกว่ายี่ห้อที่พี่ก๊อบ กล่าวมาและ ราคา ที่สามารถ จับต้องได้ แนะนำผมหน่อย ครับ เอาแบบ ราคา เซฟๆ แล้ว เล่น ดอก กี่โอมดีครับ หรือ แนะนำสเป็ก ด้วยก็ดี แต่ ขอ ย้ำนะครับ ว่า ราคา ประหยัดลงมาหน่อยนะครับ จะ 10 นิ้ว หรือ 12 นิ้ว ยัน 18 นิ้ว แนะนำมาได้เลยนะครับ ผมจะได้เก็บไว้เป็นแนวทาง เผื่อ อนาคตมีงบ จะได้ ซื้อดอกมาใช้ แบบ สไตล์ เสียงที่ผมชอบ จะได้ไม่หลงทางลองผิดลองถูก

ผมไม่เก่งขนาดนั้นคับถ้าเรื่องนี้ท่านรันน่าจะมีความรู้เยอะคับ แถวบ้านผมเมื่อก่อนก็เล่นพวกd dragon คนรักดี กันเยอะแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีจะหันไปเล่นพวก robot yamato westvoil xxx กันคับราคาถูกกว่ามากคับ แต่คุณภาพก็จะลองๆลงมาคับ(ความคิดส่วนตัวคับ) รอท่านต่อไปคับ

sweet mullet
05-06-2012, 17:40
เห็นด้วยคับ

maxza99
05-06-2012, 19:16
เสียงก็ขั้นอยู่กับ ราคา บางตัว 15 นิ้วแม่เหล๊กใหญ่มากแถมราคาแค่ หมื่นเดียวก็ชื้อได้ละ อีกคู่ เหมือนกันแต่คู่เกือบ3หมื่น ซับโมก็ได้คับถูกดี แต่บางยี้ห้อก็ถูกสะเหลือเกิน เปิดงาน2งานพัง วอยไหม้ เพราะฉะนั้น ลองดูลองศึกษาก่อนคับว่ามันคุ้มหรือป่าว แม่เหล๊กจีนทั้งนั้นเดียวนี่

ก๊อบ
05-06-2012, 19:50
ของผมd dragonตัวเก่าคับแรงใช่ได้แม่เหล็ก220.25แค่2ชั้นเองคับแต่เคยลองเทีบยกับ15แม่เหล็ก220.3ชั้นไม่ขอบอกยี่ห้อคับ ตัวนี้กินขาดคับทั้งความแรง น้ำหนัก ลุกกระแทกแน่นต่างกันจนฟังได้ชัดคับ ปล.ซับที่มองข้างนอกเห็นแม่เหล็กใหญ่ๆหลายๆชั้นใช่ว่าจะแรงและดีเสมอคับ (ความเห็นจากประสบการของผมคับ)

manop/NPD
05-06-2012, 20:51
โมให้เหมาะกับเเอมป์+ไฟ

city
06-06-2012, 09:50
ถ้าโมดีก็ดีไป ถ้าโมมาไม่ดีเสียตังเพิ่มไม่จบนะเออ
ชอบโมแล้ว กินวัตต์น้อยๆ แต่เสียงใหญ่ๆ
ชอบแนวเดียวกันเลย

ooauoo
06-06-2012, 09:56
​ระดับอาจารย์ทั้งนั้นเลยครับ...

อย่าเอาผมไปเทียบรุ่นกับ 2 ท่านข้างบนเลยครับ
ผมยังด้อยความรู้เมื่อเทียบกับ 2 ท่านข้างบนอยุ่มาก

NKT
06-06-2012, 11:12
อึด ทน และเลือกสเปคได้ตามใจเราครับ ทำร้านดีก็ใช้ไปได้นานๆไปทำร้านไม่ดีก็ช้ำใจครับ

เห็นด้วยครับ จากเคยเล่นไม่โม แล้วหันมาเล่นโม ก็ OK นะ

orano77
06-06-2012, 11:14
โมให้เหมาะกับเเอมป์+ไฟ

อันนี้ยิ่งยอดเยี่ยมครับ ต้องคนใช้มาตอบครับ

vios_17
08-06-2012, 11:47
แรงๆๆ

TOYCAR
11-06-2012, 15:50
up ขึ้นไป up ขึ้นไป up ขึ้นไป up ขึ้นไป

joe1303
11-06-2012, 16:17
ดีตรงที่ ทนกำลังวัตต์อย่างงัยล่ะ + กินไฟเพิ่มขึ้น เล่นแบบ SPL แบบว่าลวดทองแดงมันเบอร์ใหญ่ขึ้น มั๊ง

แต่ที่งงคือ ซับของ SDB ไม่เห็นต้องโมเรย ลวดเบอร์เล็กๆ ซับน้ำหนักน้อยกว่ารุ่นอื่นๆ กำลังวัตต์น้อยกว่า กดดูนุ่มๆ ทำไมเราไม่ก๊อปตัวนี้เรย
แบบว่า วัตต์น้อย แต่ทนกำลังวัตต์ คุณภาพเยี่ยม ไม่กินไฟ เห็นลงหนังสือ แข่งขันคับ ชนะเลิศ ไปทั่วทิศ มี SDB กะ KOMA เจอบ่อยๆ


แต่ถ้าเล่นแบบฟังแบบ SQ ไม่ต้องโมเรย เสียตังป่าว เอาเงินค่าโมไปอัพเกรดซับใหม่เรย อิอิอิ

taming
24-09-2012, 09:04
กระทู้ดีๆดันไปครับ

Abyss Walker
24-09-2012, 16:56
ชัด เลย ครับ !!! สวดยอดดด

kung9
24-09-2012, 18:03
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D

151190

นายพล
24-09-2012, 20:25
มาเก็บข้อมูล

chanoake
25-09-2012, 09:02
:cool:

chanoake
25-09-2012, 09:06
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D



เป็นการนำเสนอที่ดี และเป็นประโยชน์มากเลยครับท่าน:cool:

mr.kenk
25-09-2012, 09:15
แล้วแต่ชอบครับโมถูกตังพังซ่อมเอง
แบรนด์แพงพังรับประกันตลอดอายุการใช้งานครับ
หาดูเอาครับ

chaiubon
26-09-2012, 22:56
1 โมเพราะไม่เข้ากับระบบ หรือ2 โมแล้วจัดระบบไหม่ครับ เพราะการโมคือการทำให้มันมีความสามารถในตัวมันเพิ่มขึ้นครับ

taming
29-09-2012, 10:11
กระทู้ดีๆดันไปครับ

โอ๋
29-09-2012, 12:33
ประเด็นแรก คือ เห็นเค้าโมแล้วอยากทำตาม
ทั้งๆที่ระบบก็ดีอยู่แล้ว พอเอาไปโมมา เสียงกลับแย่กว่าเดิมอีก
แต่เรื่องความทนทานนั้นได้มาแน่ๆ เลือกได้เลยว่าจะเอาว้อยแบบใหน
ราคาที่แตกต่าง คุณภาพของเส้นลวด อีกทั้งในเรื่องของค่าความต้านทาน.....

ลองกลับไปวัดความต้านทานของขดลวดของลำโพงที่ท่านใส่อยู่สิครับ ว่ามันเท่าไหร่
ผมเคยเจอบางสำนัก ใส่ลวด 9 โอห์ม มาให้ด้วย มิน่ามันทนแอมป์ตัวเดิมได้
ผลเสียคือ เสียงดรอป ทำให้คิดว่าแอมป์ไม่พอ ไฟไม่พอ ไปนู่น
ลำโพงซับ(ที่ดี)ต้องไม่กินวัตต์ และทนทานครับ ถ้าไม่ใช่ของนอกหายากมากตามที่เล่นๆกัน


สุดท้าย "ซับโมใหนๆก็ไม่ดีถ้าระบบมันไม่ได้"

skk.p
29-09-2012, 16:27
ประเด็นแรก คือ เห็นเค้าโมแล้วอยากทำตาม
ทั้งๆที่ระบบก็ดีอยู่แล้ว พอเอาไปโมมา เสียงกลับแย่กว่าเดิมอีก
แต่เรื่องความทนทานนั้นได้มาแน่ๆ เลือกได้เลยว่าจะเอาว้อยแบบใหน
ราคาที่แตกต่าง คุณภาพของเส้นลวด อีกทั้งในเรื่องของค่าความต้านทาน.....

ลองกลับไปวัดความต้านทานของขดลวดของลำโพงที่ท่านใส่อยู่สิครับ ว่ามันเท่าไหร่
ผมเคยเจอบางสำนัก ใส่ลวด 9 โอห์ม มาให้ด้วย มิน่ามันทนแอมป์ตัวเดิมได้
ผลเสียคือ เสียงดรอป ทำให้คิดว่าแอมป์ไม่พอ ไฟไม่พอ ไปนู่น
ลำโพงซับ(ที่ดี)ต้องไม่กินวัตต์ และทนทานครับ ถ้าไม่ใช่ของนอกหายากมากตามที่เล่นๆกัน


สุดท้าย "ซับโมใหนๆก็ไม่ดีถ้าระบบมันไม่ได้"อย่างนี้เลยครับ สไตร์cacคลับ

taming
22-10-2012, 14:49
ดันไปครับ

ต้อง
22-10-2012, 15:43
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D

มาเต็มเลยพี่หนึ่ง 5555+

ต้อง
22-10-2012, 15:45
ของโม หรือ จะมาสู้ของ โม้ 55+

ooauoo
22-10-2012, 16:13
สาวๆไม่ชอบซัพโม ตูดโตๆ โดนัทใหญ่ๆครับ
สาวๆ ชอบแสงสี งานซาวน์สวยๆ อิอิ

nonsound
23-10-2012, 16:31
สาวๆไม่ชอบซัพโม ตูดโตๆ โดนัทใหญ่ๆครับ
สาวๆ ชอบแสงสี งานซาวน์สวยๆ อิอิ

แถมอีกอย่างครับ เจ้าของรถคารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง อยู่สองต่อสอง ได้ประลองศึกรักกัน 555555+

ooauoo
23-10-2012, 16:36
แถมอีกอย่างครับ เจ้าของรถคารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง อยู่สองต่อสอง ได้ประลองศึกรักกัน 555555+

อิคึๆ

taming
24-10-2012, 08:09
ดันไปครับ

buddapong
13-11-2012, 21:38
ลำโพงแม่เหล็กเท่าเดิมโมยังไงก็ไม่แรงต่างกันครับ มั่ว เดา เอา

mmtaro
13-11-2012, 21:52
ส่วนใหญ่ที่ไปโมกัน ก็คือถึงเวลาคอมันขาด ว๊อยมันใหม้ กะเทินจะทำแล้ว เอาให้มันดีกว่าเก่า เปลี่ยนอะไล่เกรดดีขึ้น พวกว๊อย สไปเดอร์ กาวคอลำโพง หรือเอาแม่เหล็กไปชาร์จใหม่ หายากที่เอาลำโพงดีๆ แล้วไปเอาโมมาใหม่

กอล์ฟ อยุธยา
15-11-2012, 22:38
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D
กดไลท์ซักแสนแปดคับ

taming
01-12-2012, 09:13
ชัดเจนดีครับ ชอบ

taming
05-04-2013, 11:22
ชัดเจน

Thor.1
05-04-2013, 15:32
โมมาแล้วเป็นอย่างนี้ล่ะก็เอาเลย............555

http://image.free.in.th/z/iu/t14re.jpeg (http://pic.free.in.th/id/334d4713c8b76ac4ef688c6fe86a66d8)

http://image.free.in.th/z/il/subwoofer_re_audio_xxx12d2_2.jpg (http://pic.free.in.th/id/f42692d004bb1df12e9d4b6933c0745e)

http://image.free.in.th/z/ib/subwoofer_re_audio_xxx12d2_3.jpg (http://pic.free.in.th/id/cea91709e4c6d958584afbafd81e7a5d)

wit07
05-04-2013, 15:41
โมแล้วต้องดีกว่าเดิมถึงเรียกว่าโม ไม่ได้โม้้:cool:

sayan.t19
05-04-2013, 15:41
:confused: โอวๆๆๆยานอวกาศ
โมมาแล้วเป็นอย่างนี้ล่ะก็เอาเลย............555

http://image.free.in.th/z/iu/t14re.jpeg (http://pic.free.in.th/id/334d4713c8b76ac4ef688c6fe86a66d8)

http://image.free.in.th/z/il/subwoofer_re_audio_xxx12d2_2.jpg (http://pic.free.in.th/id/f42692d004bb1df12e9d4b6933c0745e)

http://image.free.in.th/z/ib/subwoofer_re_audio_xxx12d2_3.jpg (http://pic.free.in.th/id/cea91709e4c6d958584afbafd81e7a5d)

sayan.t19
05-04-2013, 15:45
โมมาแล้ว อึด+ถึก
และ ทน+เหนียว
อัดได้ยาวๆๆๆๆๆๆๆ กว่าสเป็คเดิม
เสียงแน่นกว่าเดิม
จากที่เคยเอาลำโพงเดิมไปทำมา แต่ Power ต้องถึงนะครับ

chanoake
05-04-2013, 19:22
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D
+1000000000000000000000000

teeerachot
05-04-2013, 23:14
โมมาแล้วเป็นอย่างนี้ล่ะก็เอาเลย............555

http://image.free.in.th/z/iu/t14re.jpeg (http://pic.free.in.th/id/334d4713c8b76ac4ef688c6fe86a66d8)

http://image.free.in.th/z/il/subwoofer_re_audio_xxx12d2_2.jpg (http://pic.free.in.th/id/f42692d004bb1df12e9d4b6933c0745e)

http://image.free.in.th/z/ib/subwoofer_re_audio_xxx12d2_3.jpg (http://pic.free.in.th/id/cea91709e4c6d958584afbafd81e7a5d)
สั่งโมร้านใหนเนีย;)
;);)

taming
25-05-2013, 12:17
ก็ตามนั้นเลย

So-boost sound by na-jake
25-05-2013, 15:46
เบสิคพื้นฐาน คุณหนึ่งพูดไปเยอะแล้วนะครับ
ผมขอพูดในเรื่องการเรียกนะครับ

ดอกซับโม
มันมีสองเคส นะครับที่เรา ๆ เรียกกัน
1.คือดอกซับที่เราไปอัพเกรดให้มันดีขึ้น เหมื่อนเราเอารถไปโมช่วงล่าง ไปโมกล่อง ยัดรอม เปลี่ยนอุปกรณ์ให้มันดีขึ้น ว่ากันว่าโมอัพเกรด
2.คือดอกซับ กมวกดำ ดัชแคปดำ ไม่ตีแบรนด์ ตียี่ห้อ

ดอกพวกนี้พวกก็เรียกดอกโมครับ
การเรียกดอกประกอบแฮนด์เมด ไม่ตีตราพวกนี้ว่าดอกโม
ผมมองว่า เป็นการเรียกเพื่อการตลาดมากกว่า เรียกให้มันดูดี ว่าดอกโมให้คนเข้าใจผิดว่าดอกนี้โมอัพเกรดมาแล้ว

แต่จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นเพียงดอกซับ ที่สั่งชั้นส่วน แม่เหล็ก ทีโยค เฟรม วอยซ์มาจากเมืองจีน
แล้วเอามาประกอบตามพื้นถิ่นบ้านเราครับ ...แล้วขายในตลาดอีกตลาดหนึ่งแล้วเรียกว่าดอกโม

ตัวผมเองนะ
อยากให้ช่างประกอบดอกซับบ้านเรา ส่งเสริมกันตีแบรนด์ครับ
เหตุผลหนึ่งของดอกโมหน้าดำ
หนึ่งในนั้นคือการการันตี ด้วยอีกประเด็น
แต่ผมเชื่อว่าในวงการดอกซับประกอบบ้านเรา ...มองงานออกครับว่าสไตร์การประกอบมาจากสายงานไหน
ตะวันออก ตะวันตก ปริมลทล รึสือแนวทางช่างประกอบลำโพงสายไหน

ผมเชื่อว่าคนในวงการพอจะมองกันออก
( พูดมั่ว ๆ ไปนะครับ ไม่ได้เจาะจงอะไรที่ไหน อย่างไร )

mmtaro
25-05-2013, 16:58
เบสิคพื้นฐาน คุณหนึ่งพูดไปเยอะแล้วนะครับผมขอพูดในเรื่องการเรียกนะครับดอกซับโมมันมีสองเคส นะครับที่เรา ๆ เรียกกัน1.คือดอกซับที่เราไปอัพเกรดให้มันดีขึ้น เหมื่อนเราเอารถไปโมช่วงล่าง ไปโมกล่อง ยัดรอม เปลี่ยนอุปกรณ์ให้มันดีขึ้น ว่ากันว่าโมอัพเกรด2.คือดอกซับ กมวกดำ ดัชแคปดำ ไม่ตีแบรนด์ ตียี่ห้อดอกพวกนี้พวกก็เรียกดอกโมครับการเรียกดอกประกอบแฮนด์เมด ไม่ตีตราพวกนี้ว่าดอกโมผมมองว่า เป็นการเรียกเพื่อการตลาดมากกว่า เรียกให้มันดูดี ว่าดอกโมให้คนเข้าใจผิดว่าดอกนี้โมอัพเกรดมาแล้วแต่จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นเพียงดอกซับ ที่สั่งชั้นส่วน แม่เหล็ก ทีโยค เฟรม วอยซ์มาจากเมืองจีนแล้วเอามาประกอบตามพื้นถิ่นบ้านเราครับ ...แล้วขายในตลาดอีกตลาดหนึ่งแล้วเรียกว่าดอกโมตัวผมเองนะอยากให้ช่างประกอบดอกซับบ้านเรา ส่งเสริมกันตีแบรนด์ครับเหตุผลหนึ่งของดอกโมหน้าดำหนึ่งในนั้นคือการการันตี ด้วยอีกประเด็นแต่ผมเชื่อว่าในวงการดอกซับประกอบบ้านเรา ...มองงานออกครับว่าสไตร์การประกอบมาจากสายงานไหนตะวันออก ตะวันตก ปริมลทล รึสือแนวทางช่างประกอบลำโพงสายไหนผมเชื่อว่าคนในวงการพอจะมองกันออก( พูดมั่ว ๆ ไปนะครับ ไม่ได้เจาะจงอะไรที่ไหน อย่างไร )มาตอบแล้ว อิอิ

taming
12-07-2013, 19:39
ชัดเจนดีครับ

bentopseven
15-07-2013, 08:21
เรื่องซับโม มันยังคงเป็นเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบ ตราบใดที่เรา ยังคงไม่รู้ โมดียังไง โมยังไง แบบไหนเรียกว่าโม โดยหลักการ การออกแบบและผลิตซับวูฟเฟอร์ของบริษัทผู้ผลิต หรือแม้แต่บางแบรนด์ที่นำอะไหล่มาประกอบเองแล้ว ล้วนแต่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ หากเราชอบ แนวโชว์ ดุ กระแทกกระทั้น ก็มีแบรนด์ในบ้านเราให้เลือกหลายแบรนด์ ชอบแนวฟังเพราะๆเบสลูกใหญ่ๆลึก ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอก เพราะเนื่องด้วยหลายปัจจัยทำให้บ้านเราไม่สามารถผลิตได้ และอีกแนว กำลังมาแรง คือ ฟังก็ได้ในระดับนึง และสามารถโชว์ได้ ซึ่งแต่ละแบบขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคจะถูกใจและชอบใจแนวเสียงของสินค้าแบรนด์ไหนมากกว่าครับ ส่วนเรื่องการโม ยังคงเป็นเรื่องที่ลึกๆแล้ว คุยกันนานครับ ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่องการโม....... ลำโพงซับคู่ที่โม ยังคงต้องสามารถใช้กับแอมป์เดิม ตู้เดิม และระบบไฟเดิมของรถได้ โดยมีบุคลิกของเสียงดีขึ้นกว่าเดิม น้ำหนักของเสียงและได้ค่า SPL ที่มากกว่าเดิม ( แบบนี้เรียกโม )...........แต่หากว่าเรานำลำโพงซับไปโม ( แบบที่เราๆเข้าใจว่าโม ) หากนำลำโพงซับคู่นั้นกลับมาแล้ว ต้องเปลี่ยนแอมป์ใหม่ ( ลำโพงมันแรงพี่ แอมป์เดิมมันไม่พอ )ให้มีกำลังวัตต์มากกว่าเดิม ระบบไฟต้องเปลี่ยนให้มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ( ไฟไม่พอ พี่ต้องเพิ่มแบตนะ เฮ้๊ยพี่ ไดพี่ไม่ได้ทำ ) หรือแม้แต่กระทั่ง ต้องเปลี่ยนตู้ใหม่ ( ดอกมันแรงตู้เดิมไม่ไหว ต้องตีตู้ฟาด หน้าหลังแล้วแต่ถนัด ) คิดว่าคุ้มมั๊ยครับ กับงบที่เสียไปกับการโมซับ ณ ปัจจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายหลายแบรนด์พยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะนำสินค้าไปทดสอบในสนามแข่งหรือว่างานโชว์ต่างๆ นั่นหมายถึงคุณภาพสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้เข้าถึงจุดที่จะเลือกใช้สินค้า ก่อนจะซื้อซับซักคู่ ให้ดูว่าแบบไหนที่เราชอบ แนวเบสแบบไหนที่ชอบ ก็เลือกแบบนั้นครับ หากมองว่ามันอึดดี สั่งได้ นั่นหมายถึงว่าแอมป์แต่กำลังไฟในรถเรายังไม่พอไปดันมันให้สุดดอกครับ เพราะ ยกตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่ก็แบบนี้ ( หากเอาไปเสริมสไปร์เดอร์ให้แข็งขึ้น จากเดิม 1 ชั้น เป็น 2 - 4 ชั้น ค่าความไวก็เปลี่ยน ความถี่ตอบสนองก็เปลี่ยน แอมป์เดิมเคยขับได้สุดดอก ก็ขับไม่ไหว เพราะถูกแรงต้านเอาไว้ ทำให้มันทนกว่าเดิม และอึดกว่าเดิมครับ เอาความลับมาเปิดเผยแล้วเรา ) แบบนี้เรียกว่า............................... หากท่านคิดจะโมลำโพงแล้ว ควรจะมีเครื่องวัดค่า T/S ติดร้านไว้ซักตัวคงดีนะครับ เพราะอย่างน้อยเราจะได้รู้ว่า โมแล้วมันดียังไง โมแล้วมั่นใจได้แค่ไหน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของผู้บริโภคครับ ครั้งที่ 3 ใน caraudio-club.com ที่เกี่ยวกับเรื่องลำโพงโม สุดท้าย การโมลำโพงซับ เป็นเรื่องยากมากครับ และไม่ใช่ทำได้ง่าย เพราะในทางเทคนิคแล้ว จะมีเรื่องของค่าความเข้มข้นในสนามแม่เหล็ก คุณภาพของแม่เหล็ก ระยะของวอล์ยคอล์ย คุณภาพวัสดุ สุดท้ายฝีมือของการทำและประกอบลำโพงซับ ของแต่ละท่าน หลายท่านที่ผมรู้จักและได้สัมผัสและหลายท่านที่ผมไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้สัมผัสอาจได้ยินแค่ข่าวในวงการผลิตและประกอบลำโพง เป็นบุคคลที่แสวงหาความรู้และพยายามพัฒนาสินค้าของตัวเองในเหมาะสมกับตลาดบ้านเราอยู่แล้วครับ อย่างน้อย ท่านเหล่านั้นก็คงไม่อยากให้ชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมาเสียหายเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าไม่คุ้ม...............สุดท้ายผู้บริโภคต้องหาข้อมูลและเลือกใช้สินค้าให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับงบประมาณ ผมเองในฐานะผู้ผลิตและผู้ออกแบบลำโพง มิได้มีเจตนา ที่จะกล่าวร้ายใครหรือหมิ่นท่านใดในวงการ เพียงว่าต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจในหลักการและความเป็นจริงเท่านั้นครับ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย และมีความสุขกับการฟังเพลงครับ :D
มาเก็บความรู้สักหน่อยอิอิ

kiml200
15-07-2013, 08:39
:D :D

acare
15-07-2013, 17:08
ผมแนะให้แบบสั้นๆเลยแล้วกันครับ ไม่ว่าจะเป็นซับโมหรือไม่โมก็ตาม
เอาตามองอย่างไรก็ไม่รู้หรอกครับ ว่าดีหรือไม่ดี แรงหรือไม่แรง

เอาซับตัวนั้นๆมาวัดด้วยเครื่องวัดพารามิเตอร์เลยครับ เดี๋ยวนี้มีกันเยอะ
(ไม่มีที่วัดโทร.มาหาผมก็ได้ครับ วัดให้ฟรี) จากนั้นเอามาเข้าโปรแกรม
ออกแบบตู้ ทั้งหมดไม่เกิน 15 นาที ก็รู้แล้วครับ ว่าซับตัวนั้น ดีหรือไม่ดี

รูปร่างหน้าตาดี สเปคสวยหรู เอาเข้าโปรแกรม แทบอยากจะโยนทิ้งเลยครับ
ตู้แบนด์พาสก็ไม่เหมาะสม ตู้เปิดก็ตีไม่ได้ เหมาะกับตู้ปิดเพียงอย่างเดียว
แต่แม่เหล็ก 220x3 ไม่ไหว ไม่ไหว

taming
15-07-2013, 20:01
แม่เหล็กซับแบนด์พวก Mmats,M marathon,Tornado,atomic,formula-x,jbl, หรืออื่นๆอีกเพียบ ที่พังๆแล้วเอามาโมใหม่เบสน่าจะออกได้มากกว่าที่วัตต์เท่าๆกันกับดอกซับโมบ้านเรา